แม้ว่าผู้ออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศไทยหลายท่านได้เลือกใช้ระบบท่อทั้งหมดภายในอาคารเป็นระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูปเนื่องจากเป็นระบบฉนวนที่คงทนถาวร เพราะมีปลอกโลหะหุ้มสำเร็จมาจากโรงงานผู้ผลิตอย่างเรียบร้อยและแน่นหนา แต่อาจจะมีบางโครงการที่ยังไม่พร้อมจะเลือกใช้เป็นระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูปทั้งหมด

ผู้ออกแบบที่มีประสบการณ์มักจะเลือกใช้ระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูปในห้องเครื่อง Chiller, ท่อ Main ที่ใช้จ่ายน้ำเย็นในอาคาร และ ท่อRisers  การเลือกใช้ที่เหมาะสมในจุดต่างๆ เหล่านี้ มีความสำคัญมาก เนื่องจากการซ่อมแซมฉนวนตรงจุดหลักๆ เหล่านี้ ทำงานได้ยากมาก มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และ การซ่อมแซมจะมีผลกระทบต่อระบบการทำงานของอาคาร ซึ่งหากใช้ระบบฉนวนทั่วไป จะต้องใช้เวลานาน และยุ่งยากในการซ่อมแซม

  1. ห้องเครื่อง Chiller

เนื่องจากเป็นจุดที่มีช่างเข้าไปทำงานบ่อยครั้ง มีการกระทบกระแทกจากการทำงานมาก และเป็นจุดที่มีท่อหลักขนาดใหญ่ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ฉนวนที่ใช้ในห้องเครื่อง Chiller นี้ ต้องมีความคงทนถาวรสูง หากใช้ฉนวนแบบเดิม จะเกิดการกระทบกระแทกเสียหายได้ง่าย และการซ่อมแซมด้วยการใช้ฉนวนแบบเดิมซึ่งต้องทำงานขณะที่ระบบท่อไม่มีความเย็น และแห้ง จะต้องทำการหยุดเดินเครื่อง Chiller  หมายความว่าระบบปรับอากาศภายในอาคารจะต้องถูกปิด ซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมากกับอาคารที่จำเป็นต้องมีระบบปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เช่น โรงแรม, โรงพยาบาล เป็นต้น

2. ท่อ Main ที่ใช้จ่ายน้ำเย็นในอาคาร

ท่อ Main หลักๆ เหล่านี้ ครอบคลุมพื้นที่ในการจ่ายน้ำเย็น หรือน้ำร้อน เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การทำให้ท่อ Main ไม่มีความเย็น และแห้ง เพื่อทำการซ่อมแซมด้วยการใช้ฉนวนแบบเดิม จึงต้องทำด้วยการหยุดเดินเครื่อง Chiller ทำให้ส่วนอื่นๆ ของอาคารที่ยังไม่ได้ต้องการซ่อมแซม ต้องขาดระบบปรับอากาศไปด้วย แม้ในบางโครงการมีการออกแบบให้มีวาล์วปิดท่อ Main ก็ตาม แต่การปิดวาล์วท่อ Main จ่ายน้ำเย็น จะทำให้มีพื้นที่ที่ขาดระบบปรับอากาศเป็นจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าของโครงการสูญเสียโอกาสในการทำรายได้จากพื้นที่ดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย

3. ท่อ Risers 

ท่อ Risers ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่อง Shaft ซึ่งเป็นพื้นที่แคบๆ การเข้าไปทำการซ่อมแซมระบบท่อต่างๆ ทำได้อย่างยากลำบากมาก ระบบฉนวนที่ใช้ควรมีความคงทนถาวร เพื่อให้มีการซ่อมแซมน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ หากใช้ฉนวนแบบเดิม จะเกิดปัญหาในเวลาไม่นาน และด้วยความยากลำบากในการเข้าซ่อมแซม ทำให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเพิกเฉยไม่ทำการซ่อมแซม ระบบท่อจึงสูญเสียพลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูง และมีปัญหาที่เกิดจากหยดน้ำตรงท่อ Risers ตลอดเวลา

แม้ว่าในปัจจุบัน มีการใช้วิธีการเก็บงานหุ้มฉนวนสำเร็จรูปตรงส่วนข้อต่อ ข้องอ วาล์ว ที่หน้างาน มาประยุกต์ใช้ในการซ่อมแซมฉนวนในห้องเครื่อง Chiller, ท่อ Main ที่ใช้จ่ายน้ำเย็นในอาคาร และ ท่อRisers เพื่อเป็นการลดความยุ่งยากในการต้องปิดระบบปรับอากาศ (เพราะวิธีนี้สามารถทำการหุ้มฉนวนแบบเทโฟมหน้างาน หรือที่เรียกว่า Site Foaming โดยที่ไม่ต้องหยุดเดินเครื่อง Chiller)

หากมีโอกาสได้ออกแบบโครงการใหม่ ผู้ออกแบบที่มีวิสัยทัศน์ควรเลือกใช้ระบบท่อหุ้มฉนวนสำเร็จรูปในจุดสำคัญหลักๆ เหล่านี้ เพราะถือเป็นการลงทุนครั้งเดียว และเป็นการลงทุนที่ไม่มาก เนื่องจากมูลค่าของระบบฉนวน เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานระบบปรับอากาศทั้งหมด แต่สามารถป้องกันปัญหาความสูญเสียในระบบปรับอากาศได้เป็นอย่างมาก